บทนำ
ห้าปีต่อมา ฉันกลับมาพร้อมกับลูกชาย ตั้งใจแน่วแน่ที่จะแก้แค้นคนที่สมรู้ร่วมคิดกับฉัน
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าฉันและลูกของฉัน แสดงความปรารถนาที่จะเป็นพ่อของลูกชายฉัน...
บท 1
ณ ห้องสวีทของโรงแรมแห่งหนึ่ง
ร้อน ร้อนจนร่างกายแทบจะระเบิดอยู่แล้ว!
นารากระชากเสื้อผ้าออกจากร่างกายอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายถูกเร้าด้วยฤทธิ์ยาที่ไม่รู้จัก จนปลายนิ้วบังเอิญไปสัมผัสโดนชายหนุ่มที่อยู่ข้างกาย
เธอทำราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ สองแขนตวัดโอบรอบลำคอของเขาอย่างแรง โน้มเขาเข้ามาใกล้อย่างดุดัน
“อื้อ…”
ในวินาทีที่ริมฝีปากสัมผัสกัน ความเย็นฉ่ำอย่างน่าประหลาดราวกับจะแทรกซึมผ่านความร้อนรุ่มในกายเธอ นาราไขว่คว้าความเย็นฉ่ำนั้นอย่างตะกละตะกลาม จูบอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
รสสัมผัสเข้มข้นของไวน์อวลฟุ้งอยู่ระหว่างริมฝีปากและเรียวฟันของคนทั้งสอง ชายคนนั้นเมามายจนแทบไม่ได้สติ แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงยั่วยวนอันบ้าคลั่งนี้ได้ พลิกตัวขึ้นมาทาบทับร่างของเธอเอาไว้ด้านล่าง
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งนาราพบว่าตนนอนอยู่อย่างอ้างว้างเพียงลำพัง ข้างกายว่างเปล่า มีเพียงเสื้อสูทกับนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่งตกอยู่บนพรม บอกเล่าเรื่องราวความบ้าคลั่งเมื่อคืนนี้อย่างเงียบงัน
สามวันต่อมา ณ บ้านตระกูลเหลืองอังกูร
“ไปฉลองวันเกิดให้เพื่อนสนิทแล้วกลับมาในสภาพนี้เนี่ยนะ?! แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปเกลือกกลั้วกับคนไม่ดีพวกนั้น ทำไมไม่เคยฟังเลย!”
สมหญิงตีหน้าเคร่งขรึม แววตาฉายชัดถึงความโกรธเกรี้ยว “ตั้งแต่เล็กจนโต ลูกอยากได้อะไรหรืออยากทำอะไรแม่ไม่เคยขัด คิดว่าลูกเป็นเด็กดีรู้จักคิด แต่ไม่นึกเลยว่า ลูกทำให้แม่ผิดหวังจริง ๆ”
คุณแม่สมหญิงนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ในห้องนั่งเล่น บนโต๊ะกาแฟตรงหน้ามีรูปถ่ายปึกหนึ่งวางทิ้งไว้
เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในรูปชัด ๆ นาราก็แทบจะหมดสติไป
ในภาพคือหญิงสาวที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า... และคนคนนั้นก็คือเธอ
โดยมีฉากหลังเป็นห้องพักในโรงแรมแห่งนั้น
“ได้ยังไง…”
สีหน้าของนาราซีดเผือดในทันใด ในหัวขาวโพลนไปหมด
“แม่คะ หนู… หนูไม่ได้…”
“นารา ยังมีหน้าอยู่ไหม? บ้านเรายังไม่ถึงกับจนตรอกขนาดนั้นนะ? ถึงกับต้องไปทำงานในที่แบบนั้น ไปมั่วกับผู้ชายไม่เลือกหน้า? อย่าเอาโรคร้ายกลับมาแพร่ให้คนในบ้านเด็ดขาด!”
พิชัยในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวออกมาอย่างช้า ๆ พร้อมกับเบะปากอย่างดูแคลน แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“แม่คะ หนูไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะคะ หนู…”
นาราน้ำตาคลอเบ้า พยายามจะอธิบาย
สมหญิงโกรธจนทนไม่ไหว พูดแทรกขึ้นมาว่า “หลักฐานก็อยู่ตรงหน้าแล้ว ยังจะแก้ตัวอีกเหรอ? ไสหัวไป! นารา ฉันสมหญิงไม่มีลูกสาวไร้ยางอายแบบนี้!”
ที่ชั้นสอง อลิซายืนเท้าคางมองดูเหตุการณ์เบื้องล่างราวกับกำลังชมละครฉากใหญ่
แผนการสำเร็จลุล่วง นารากำลังจะกลายเป็นคนเร่ร่อนไร้ที่ซุกหัวนอน ซึ่งตรงตามเป้าหมายของเธอทุกประการ
นารามองแผ่นหลังที่เย็นชาเด็ดเดี่ยวของผู้เป็นแม่ หัวใจเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด
เธอลุกขึ้นยืนอย่างเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรอีก ค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดไปเก็บของ
น้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบเชียบ
พอเดินมาถึงหัวมุมบันไดชั้นสอง อลิซาก็ยืนขวางทางอยู่ตรงนั้น สองแขนกอดอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความขบขัน “โอ๊ย น้องสาวคนดี มานี่สิ ขอสัมภาษณ์หน่อย ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างจ๊ะ?”
นาราชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจในทันทีว่ากับดักในคืนนั้นเป็นฝีมือของคนที่เธอเรียกว่าพี่สาวมาสิบกว่าปี และเป็นพี่สาวที่ทำให้ความบริสุทธิ์ของเธอ สูญสิ้นไปเพียงชั่วข้ามคืน
“เธอ! ทำไมต้องทำร้ายฉันแบบนี้?!” นาราโกรธจนแทบคลั่ง ดวงตาเบิกกว้าง ตวาดถาม
อลิซายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา แววตาฉายแววอำมหิต “ทำไมเหรอ? คิดว่าฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวที่ดีจริง ๆ งั้นเหรอ?”
เธอหัวเราะร่า... เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูราวกับมีขวากหนามทิ่มแทง เธอค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้นารา พูดด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน “ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อนที่แม่ไร้ยางอายของแกกับตัวถ่วงอย่างแกเข้ามาในบ้านฉัน แกทั้งสวยทั้งเรียนเก่ง เด็กผู้ชายกับครูทุกคนก็ชอบแก ส่วนฉันก็กลายเป็นแค่เงาที่คอยตามหลังแก ฉันเกลียดแก และเกลียดขี้หน้าแกด้วย!”
“ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่แกติดค้างฉัน” เสียงของอลิซาแหลมสูง ความอิจฉาริษยาราวกับอสรพิษที่เลื้อยพันอยู่บนใบหน้าของเธอ
“แต่สวรรค์ก็ไม่เคยทิ้งคนที่มีความตั้งใจ บอกให้แกรู้ก็ได้ รูปนั่นฉันเป็นคนจ้างคนไปถ่าย ส่วนเรื่องที่แกถูกส่งขึ้นเตียงผู้ชาย... ก็ฝีมือฉันคนนี้แหละ เป็นไงล่ะ เซอร์ไพรส์ไหม?”
“เธอ…”
นาราโกรธจนตัวสั่น กำหมัดแน่น จ้องมองใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความลำพองใจของอลิซาอย่างเคียดแค้น ความโกรธในใจแทบจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้
“อยากตบฉันเหรอ? เข้ามาสิ!”
อลิซาเหยียดยิ้ม ยื่นหน้าเข้าไปหาอย่างท้าทาย
แววตาของนาราแข็งกร้าวขึ้น มือยกขึ้นแล้วตบลงไปอย่างไม่ปรานี
“โอ๊ย! แกกล้าตบฉันจริง ๆ เหรอ…”
อลิซากุมใบหน้า กรีดร้องพลางวิ่งหนีลงไปข้างล่าง ทั้งร้องไห้ทั้งตะโกน “คุณพ่อคะ ช่วยด้วย! มันตบหนู!”
ข้างล่าง พิชัยได้ยินดังนั้นก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตะโกนขึ้นไปบนชั้นสองว่า “นารา แกปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่ไหม! กล้ามาแตะต้องลูกสาวฉันเชียวหรือ! นังงูพิษเลี้ยงไม่เชื่อง”
พิชัยมองรอยแดงบนใบหน้าของลูกสาวสุดที่รัก ในใจรู้สึกสับสนปนเป ผิดหวังจนถึงที่สุด
“คุณพ่อคะ หนูเจ็บ…”
อลิซาซบหน้าลงกับอกผู้เป็นพ่อ แสร้งทำท่าทางน่าเวทนา
พิชัยตวาดกร้าวพลางจ้องนาราอย่างโกรธเกรี้ยว “ไสหัวไป! อย่ากลับมาที่นี่อีก! เห็นหน้าแกแล้วมันเสนียดลูกตา!”
นาราขอบตาแดงก่ำ มองไปที่คุณแม่สมหญิง พยายามจะอ้าปากอธิบาย “แม่คะ จริง ๆ แล้ว…”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงพูด เสียง “เพียะ!” ก็ดังสนั่น พร้อมกับแรงตบอีกฉาดที่ฟาดลงบนใบหน้าของเธอ ความเจ็บปวดแสบร้อนแผ่ซ่านไปในทันที
“ไสหัวไป! เดี๋ยวนี้! เอาของของแกไป แล้วอย่าโผล่หัวมาให้เห็นอีก!” เสียงคำรามของพิชัยดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง
นารากุมใบหน้า ขอบตาแดงก่ำ จ้องมองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
คุณแม่สมหญิงกอดอลิซาไว้แน่น ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับว่าอลิซาคือลูกสาวเพียงคนเดียวที่เธอต้องปกป้อง
หัวใจของเธอค่อย ๆ ดิ่งลง เย็นยะเยือกไปถึงกระดูก
“แม่คะ... แม่ไม่คิดจะถามหนูหน่อยเหรอคะ ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น?”
เสียงของเธอนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับแฝงไปด้วยความดื้อรั้นที่ไม่อาจมองข้าม
ตั้งแต่เธอตามแม่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ เธอกลายเป็นคนนอกมาโดยตลอด เพราะในสายตาของแม่กลับมีเพียงพ่อเลี้ยงและลูกสาวของเขาเท่านั้น
ในที่สุดนาราก็เข้าใจแล้วว่า บ้านหลังนี้ไม่เคยมีความหมายว่าเป็น "บ้าน" สำหรับเธอเลยตั้งแต่แรกจนจบ
เธอเป็นเพียงคนอาศัยที่ผ่านมาแล้วก็ต้องผ่านไปเท่านั้น
“พ่อคะ... พ่ออยู่ที่ไหน?” ภาพจำอันอ่อนโยนในใจของเธอผุดขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ เมื่อตอนอายุสามขวบ พ่อของเธอหายสาบสูญไปอย่างเป็นปริศนาระหว่างปฏิบัติหน้าที่ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราว
ชีวิตในวัยเด็กของเธอขาดหายซึ่งการดูแลเอาใจใส่จากผู้เป็นพ่อ
ทว่าแม่กลับเลือกที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานใหม่อย่างรวดเร็ว
นาราสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากประตูบ้านไปอย่างสิ้นหวังและหมดอาลัยตายอยาก
อลิซามองแผ่นหลังของนารา มุมปากเหยียดยิ้มกว้างอย่างสะใจ แฝงไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย ในที่สุดเธอก็เขี่ยก้างขวางคออย่างมันออกไปให้พ้นทางได้เสียที
…
ห้าปีต่อมา... ณ ท่าอากาศยานนานาชาติปีนัง
เธอเข็นรถขนกระเป๋าตรงไปข้างหน้า ก่อนจะชนเข้ากับใครบางคนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
“โอ๊ย นี่เธอเดินยังไงของเธอเนี่ย? ตาบอดรึไง!” เสียงแหลมของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นข้างหู
นารารีบเอ่ยขอโทษ “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระวังเอง”
“นารา?” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เธอหันไปมอง เป็นพลอยนั่นเอง
“ทำไมเป็นเธอ?” พลอยทำหน้าประหลาดใจ
นาราขอบตาร้อนผ่าว น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้รินไหลออกมาอีกครั้ง “พลอย…”
“หลายปีมานี้ เธอไปอยู่ที่ไหนมา?” พลอยดึงเธอเข้าไปกอดด้วยความสงสารจับใจ
นารายิ้มขมขื่นออกมา พลอยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างครุ่นคิด “เรื่องของเธอ ฉันรู้หมดแล้วล่ะ นังอลิซานั่น! ฉันจะไปคิดบัญชีกับมันให้สาสม!”
นารารีบรั้งแขนเธอไว้ “พลอย... เรื่องมันผ่านไปแล้ว นี่เป็นปัญหาครอบครัวของฉัน อย่าเข้ามาลำบากด้วยเลย”
“เพียงแต่ว่าตอนนี้ อย่าเพิ่งบอกใครนะว่าเจอฉัน แล้วก็ข้อมูลในตู้เซฟที่ฉันเคยฝากเธอไว้ยังอยู่ใช่ไหม?” นาราขมวดคิ้วพูด
พลอยชะงักไปครู่หนึ่ง หรือว่าจะเป็นข้อมูลงานวิจัยที่นาราตามหามาตลอด?
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งในใจ แล้วพยักหน้าตอบ “ฉันยังมีธุระ ต้องไปก่อนนะ” พูดไม่ทันจบประโยคดี ร่างนั้นก็รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
นารามองแผ่นหลังของพลอย สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ทว่ากลับบอกไม่ถูกว่าคืออะไรกันแน่
“ใช่คุณนารา... หรือเปล่าครับ?”
นารามองอีกฝ่ายอย่างสงสัย “หาฉันเหรอคะ? แล้วคุณเป็นใครคะ?”
ชายตรงหน้าเอ่ยตอบด้วยท่าทีนอบน้อม “คุณท่านให้ผมมารับคุณครับ”
“คุณปู่ภาคินครับ ท่านเป็นผู้ทรงอิทธิพลของปีนังเลยนะครับ ใคร ๆ ก็ต้องเคยได้ยินชื่อ!” น้ำเสียงของชายคนนั้นแฝงไปด้วยความเคารพยำเกรง
นาราเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในใจแอบคิดว่า ชื่อเสียงของมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดแห่งตระกูลเจริญทรัพย์ ใครบ้างจะไม่รู้จัก แต่หญิงสาวธรรมดา ๆ อย่างเธอ จะไปเกี่ยวข้องกับผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นได้อย่างไร?
“ขอโทษด้วยนะคะ วันนี้ฉันไม่สะดวกจริง ๆ” เธอยิ้มตอบเพียงบางเบา ท่าทีนั้นดูสุภาพทว่าแฝงไว้ด้วยความห่างเหิน
แต่ชายคนนั้นกลับไม่ยอมแพ้ เขาขยับก้าวมาขวางหน้าเธอเอาไว้ แล้วหยิบรูปถ่ายออกมาจากกระเป๋าด้วยท่าทีจริงจัง “คุณนาราครับ... ผมว่าคนในรูปนี้ คุณน่าจะรู้จักดีนะครับ?”
หัวใจของนารากระตุกวูบ มือไวกว่าความคิด เธอรีบรับรูปนั้นมาพิเคราะห์อย่างละเอียด ใบหน้าที่แสนคุ้นเคยนั้นคือ "กันต์" พ่อของเธอที่หายสาบสูญไปนานนับปี หลายปีมานี้ เธอตามหาไปทั่วทุกหนทุกแห่ง เพียงเพื่อหาเบาะแสเล็ก ๆ น้อย ๆ
“ตกลงค่ะ ฉันจะไปพบเขา” ในน้ำเสียงของเธอมีความสั่นเครือที่แทบจะสังเกตไม่เห็นซ่อนอยู่
“หม่ามี้ รอผมด้วยครับ!” ทันใดนั้นร่างเล็กจ้อยพร้อมเสียงเจื้อยแจ้วก็วิ่งถลันเข้ามาหา เป็นลูกชายสุดที่รักของนารานั่นเอง
เธอย่อตัวลงอย่างรวดเร็ว เช็ดเหงื่อบนหน้าผากของลูกชายอย่างอ่อนโยน “ดูสิครับ... วิ่งซนจนเหงื่อซึมไปหมดแล้ว”
นาราหันไปมองชายผู้นั้นด้วยแววตาที่กลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง “วันนี้ไม่สะดวกจริง ๆ ค่ะ รบกวนคุณทิ้งที่อยู่ไว้ แล้ววันหลังฉันจะไปพบด้วยตัวเอง”
เจ้าตัวเล็กชะโงกหน้าออกมาอย่างสงสัย พลางกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา ถามว่า “หม่ามี้ เขาเป็นใครเหรอครับ?”
นารายิ้มบาง ๆ แทนคำตอบ เธอเพียงลูบศีรษะเจ้าตัวน้อยแผ่วเบาแล้วเข็นรถเดินหน้าต่อไป ในใจของเธอได้ตัดสินใจแล้ว
บทล่าสุด
#160 บทที่ 160 วางยา
อัปเดตล่าสุด: 1/24/2026#159 บทที่ 159 ข้อสงสัยมากมาย
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#158 บทที่ 158 ข้อสงสัยมากมาย
อัปเดตล่าสุด: 1/22/2026#157 บทที่ 157 แม่หลินเป็นลม
อัปเดตล่าสุด: 1/21/2026#156 บทที่ 156 อัญมณีประจำตระกูลถูกขโมย?
อัปเดตล่าสุด: 1/20/2026#155 บทที่ 155 หมั้นกับมาร์ค?
อัปเดตล่าสุด: 1/20/2026#154 บทที่ 154 ตัวตนที่แท้จริงของแอนน์
อัปเดตล่าสุด: 1/20/2026#153 บทที่ 153 เผยพิรุธ
อัปเดตล่าสุด: 1/20/2026#152 บทที่ 152 อย่าหวัง
อัปเดตล่าสุด: 1/20/2026#151 บทที่ 151 อยากขอยืม种
อัปเดตล่าสุด: 1/20/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักระรินใจ
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”













